มาตรฐานใหม่ของ รองเท้าเซฟตี้ EN ISO 20345:2022

อัปเดตล่าสุด! มาตรฐาน PPE และรองเท้าเซฟตี้ EN ISO 20345:2022 ที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE)

PPE คืออุปกรณ์ที่ใช้เพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากอันตรายในสถานที่ทำงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เช่น การสะดุดล้ม การถูกของหนักทับเท้า หรืออุบัติเหตุอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิด ดังนั้นจึงควรสวมใส่รองเท้านิรภัยที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงานเสมอ


📋 ข้อกำหนดของ PPE

  • PPE ต้องผ่านข้อกำหนดเฉพาะก่อนที่จะวางจำหน่ายได้
  • สำหรับ ยุโรป ข้อกำหนดทางกฎหมายอยู่ภายใต้ Regulation (EU) 2016/425
  • ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการ ทดสอบโดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง
  • เมื่อผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับ:
    • ใบรับรอง CE (CE Certificate) เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐาน
    • เอกสารรับรองความสอดคล้อง (Declaration of Conformity) ซึ่งระบุหมายเลขใบรับรองและข้อมูลสำคัญของผลิตภัณฑ์
  • ผู้ผลิตจะเผยแพร่เอกสารเหล่านี้ในหน้าผลิตภัณฑ์ของแต่ละรุ่น (เช่น บนเว็บไซต์ Safety Jogger)

⚖️ มาตรฐาน (Standards)

  • ยุโรป: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน EN (European Norm)
  • สหรัฐอเมริกา: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM (American Society for Testing and Materials)
  • ตัวอย่าง: รองเท้านิรภัยต้องผ่านมาตรฐาน EN ISO 20345 (ยุโรป) และ ASTM F2413 (สหรัฐฯ)
  • ประเทศอื่น ๆ ก็มีมาตรฐานของตนเอง เช่น:
    • จีน → GB Standard
    • อินโดนีเซีย → SNI Standard
    • เกาหลี → KOSHA Standard
    • มาเลเซีย → SRIM
    • ญี่ปุ่น → JSAA / JIS

🏷️ การแสดงเครื่องหมายรับรอง (Marking)

🔹 CE Marking (ยุโรป)
เมื่อผลิตภัณฑ์ผ่านข้อกำหนดทั้งหมดและได้รับการรับรอง CE (Conformité Européenne)
ต้องมีการระบุเครื่องหมาย CE บนผลิตภัณฑ์ พร้อมมาตรฐานและประเภทการป้องกัน
เพื่อแสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป

🔹 UKCA Marking (สหราชอาณาจักร)
หลังจาก Brexit ผลิตภัณฑ์ PPE ที่จำหน่ายในตลาดสหราชอาณาจักร
ต้องมีเครื่องหมาย UKCA (United Kingdom Conformity Assessment)
เพิ่มเติมจาก CE เพื่อยืนยันการปฏิบัติตามข้อกำหนดของสหราชอาณาจักร

รองเท้าเซฟตี้ ถือเป็นอุปกรณ์ป้องกันภัยที่จำเป็นในหลายอุตสาหกรรม มาตรฐาน EN ISO 20345:2022 ได้รับการปรับปรุงล่าสุด เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงในการทำงานจริง ครอบคลุมทั้งการป้องกันแรงกระแทก การต้านทานการเจาะทะลุ และความทนทานต่อสภาพแวดล้อม หากคุณกำลังมองหารองเท้าเซฟตี้ที่เชื่อถือได้ มาตรฐานนี้คือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

อัปเดตครั้งใหม่นี้คืออะไร?

EN ISO 20345:2022 คือเวอร์ชันอัปเดตของมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ในยุโรป ที่เพิ่มข้อกำหนดด้านการป้องกันแรงกระแทก การกันลื่น และมาตรฐานวัสดุ เพื่อให้รองเท้า safety พร้อมรับกับสภาพงานจริงในปัจจุบัน มาตรฐานใหม่นี้ช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่ารองเท้าที่เลือกสวมใส่มีคุณภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น

มาตรฐานใหม่ EN ISO 20345:2022 ของรองเท้าเซฟตี้สามารถแยกออกได้ 2 ชนิด

ชนิดที่ 1: รองเท้าเซฟตี้ผลิตจากหนัง สิ่งทอ หรือวัสดุสังเคราะห์ โดยสัญญาลักษณ์ที่แสดงถึงคุณสมบัติของรองเท้าประกอบด้วย SB / S1 / S1P/ S1PS, S1PL / S2 / S3 / S3S, S3L / S6 / S7 / S7S, S7L
ชนิดที่ 2: รองเท้าเซฟตี้ผลิตจากยาง หรือวัสดุโพลีเมอร์ โดยสัญญาลักษณ์ที่แสดงถึงคุณสมบัติของรองเท้าประกอบด้วย SB / S4 / S5 / S5S, S5L

คุณสมบัติรองเท้าเซฟตี้สามารถอธิบายได้จากรูปตารางมาตรฐาน EN ISO 20345 : 2022
ตัวอย่างเช่น รองเท้าเซฟตี้รุ่นที่มีมาตรฐาน S3S ซึ่งหมายถึงรองเท้าเซฟตี้ที่ผลิตจากหนังหรือสิ่งท่อ โดยจะมีคุณสมบัติตามกรอบสีแดง ดังนี้
1. ป้องกันปลายเท้า (กันแรงกระแทก ≥ 200 จูล)
2. กันลื่นขั้นพื้นฐาน (พื้นกระเบื้อง + น้ำสบู่)
3. ส้นปิด
4. ป้องกันไฟฟ้าสถิต
5. ดูดซับแรงกระแทกที่ส้น
6. ป้องกันการซึมและการดูดซับน้ำ
7. กันการเจาะทะลุโดยแผ่นกันเจาะทะลุไม่ใช่โลหะ (>1100 นิวตัน)
8. พื้นรองเท้ามีดอก (สูง ≥ 2.5 มม.)

สัญญาลักษณ์เพิ่มเติมคุณสมบัติของรองเท้าเซฟตี้ตามมาตรฐาน EN ISO 20345 : 2022 ประกอบด้วย

  • AN: ป้องกันข้อเท้า
  • SC: ป้องกันการขูดขีดของหัวรองเท้า
  • CI: ฉนวนกันความเย็น
  • WR: กันน้ำ
  • E: ดูดซับแรงกระแทกส้นเท้า
  • FO: ทนน้ำมันและน้ำมันเชื้อเพลิง
  • WPA: กันซึมและดูดซับน้ำ
  • LG: ยึดเกาะบันไดลิง
  • HRO: พื้นรองเท้าทนความร้อน (สูงสุด 300°C)
  • HI: ฉนวนกันความร้อน
  • M: ป้องกันหลังเท้า (Metatarsal)
  • SR: กันลื่น (พื้นกระเบื้อง + น้ำมัน)
  • P / PL / PS: กันเจาะโลหะ / ไม่ใช่โลหะ
  • ESD: ระบายไฟฟ้าสถิต (EN 61340)
  • EH: ป้องกันไฟฟ้า (ASTM F2413)

การทดสอบกันลื่น
EN ISO 20345:2011: มี 3 ระดับ SRA / SRB / SRC

  • SRA: ทดสอบบนพื้นกระเบื้อง + น้ำสบู่
  • SRB: ทดสอบบนเหล็ก + น้ำมัน (กลีเซอริน)
  • SRC: ผ่านทั้ง SRA และ SRB

EN ISO 20345:2022:

  • การทดสอบพื้นกระเบื้อง + น้ำสบู่ เป็นข้อกำหนดพื้นฐานของทุกรองเท้า จึงไม่มีการใส่รหัส
  • การทดสอบเพิ่ม (พื้นกระเบื้อง + กลีเซอริน) จะใส่รหัส SR

การกันเจาะ
EN ISO 20345:2011: ใช้รหัส P หมายถึงกันเจาะ
EN ISO 20345:2022:

  • P = กันเจาะทะลุโดยแผ่นโลหะ
  • PL/PS = กันเจาะทะลุโดยวัสดุที่ไม่ใช่โลหะ เช่น เส้นใย หรือ หรือเส้นใยอัดขึ้นรูป (Nonwoven)
  • PL / L = ผ่านการทดสอบตะปู 4.5 มม. (ไม่ใช่โลหะ)
  • PS / S = ผ่านการทดสอบตะปู 3 มม. (ไม่ใช่โลหะ)

ความทนน้ำมันและน้ำมันเชื้อเพลิง (FO): ไม่บังคับอีกต่อไป ถ้ามีคุณสมบัตินี้จะใส่รหัส FO


หมวดหมู่ใหม่ สำหรับรองเท้าที่กันน้ำเข้าโดยน้ำจะไม่ซึมผ่านแม้จุ่มในน้ำ เนื่องจากภายในรองเท้ามี membrane กันน้ำ

  • มาตรฐาน S6 เทียบเท่ากับรองเท้ามาตรฐาน S2 WR
  • มาตรฐาน S7 เทียบเท่ากับรองเท้ามาตรฐาน S3 WR

WRU เปลี่ยนเป็น WPA
รองเท้าที่ส่วนบนกันน้ำ จะใช้รหัส WPA โดย WPA เป็นการทดสอบการซึมผ่านของน้ำ และการดูดซับน้ำจากด้านบนของรองเท้า


คุณสมบัติเพิ่ม

  • SC: กันการขูดขีดหัวรองเท้า
  • LG: ยึดเกาะบันไดลิง

ตารางเปรียบเทียบมาตรฐานรองเท้านิรภัย EN ISO 20345:2011 vs EN ISO 20345:2022

หัวข้อEN ISO 20345:2011 (เก่า)EN ISO 20345:2022 (ใหม่)หมายเหตุ/การเปลี่ยนแปลง
การทดสอบกันลื่น– SRA: พื้นกระเบื้อง + น้ำสบู่
– SRB: เหล็ก + น้ำมัน (กลีเซอริน)
– SRC: ผ่านทั้ง SRA และ SRB
– การทดสอบพื้นกระเบื้อง + น้ำสบู่ เป็นข้อบังคับพื้นฐาน ไม่มีรหัสกำกับ
– การทดสอบเพิ่ม (พื้นกระเบื้อง + กลีเซอริน) ใส่รหัส SR
ลดความซ้ำซ้อน ทำให้ทุกคู่ต้องผ่านการทดสอบพื้นฐาน
การกันเจาะ (Puncture Resistance)P = กันเจาะ (โลหะหรือไม่โลหะ)P = กันเจาะด้วยโลหะ (4.5 มม.)
PL/L = กันเจาะไม่ใช่โลหะ (ตะปู 4.5 มม.)
PS/S = กันเจาะไม่ใช่โลหะ (ตะปู 3 มม.)
แยกรหัสชัดเจนตามประเภทแผ่นกันเจาะและขนาดตะปู
การทนน้ำมันและน้ำมันเชื้อเพลิง (FO)เป็นข้อกำหนดบังคับไม่บังคับ ถ้ามีคุณสมบัติจะใส่รหัส FOลดข้อบังคับ ให้เป็นคุณสมบัติเสริม
หมวดหมู่ S6/S7ไม่มีเพิ่ม S6 = S2 + WR
เพิ่ม S7 = S3 + WR
แยกหมวดหมู่รองเท้ากันน้ำเต็มรูปแบบ
WRU → WPAWRU = ส่วนบนกันน้ำเปลี่ยนเป็น WPA = ทดสอบการซึมและการดูดซับน้ำของส่วนบนชื่อใหม่ + วิธีทดสอบอัปเดต
คุณสมบัติเพิ่มเติมไม่มีรหัส SC และ LGเพิ่ม SC = กันการขูดขีดหัวรองเท้า
เพิ่ม LG = ยึดเกาะบันได
เพิ่มฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยเฉพาะทาง
การใช้รหัสใช้รหัสรวมๆ เช่น P, WRU, SRAใช้รหัสเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น PL, PS, WPA, SRทำให้เข้าใจคุณสมบัติรองเท้าได้ทันทีจากรหัส

ใบรับรอง CE จะไม่หมดอายุเมื่อมีการปรับปรุงมาตรฐาน ซึ่งหมายความว่าใบรับรอง CE ของรองเท้าทั้งหมดที่ได้รับการรับรองตาม EN ISO 20345:2011 จะยังคงใช้ได้จนถึงวันหมดอายุ (5 ปีนับจากวันที่ออกใบรับรอง)

ความแตกต่างระหว่าง EN ISO 20345:2011 และ EN ISO 20345:2022

มาตรฐานใหม่ปี 2022 เพิ่มความเข้มงวดในการทดสอบเมื่อเทียบกับเวอร์ชันปี 2011 โดยเฉพาะด้าน การทดสอบกันลื่น และ การทดสอบวัสดุ เพื่อยกระดับคุณภาพให้ตอบโจทย์สภาพแวดล้อมการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น

ความแตกต่างระหว่าง EN ISO 20345 code S, EN ISO 20346 code P และ EN ISO 20347 code O

รองเท้าที่ได้มาตรฐาน ISO ทั้ง 3 ชนิดสามารถกันลื่นได้เหมือนกัน แต่ ISO20347 จะไม่มีหัวร้องเท้ากันกระแทก ส่วน ISO20346 หัวรองเท้าจะกันกระแทกได้ 100 จูล ส่วน ISO20345 หัวรองเท้าจะกันกระแทกได้ 200 จูล

คำถามที่พบบ่อย

Q: รองเท้าเซฟตี้ที่ไม่ได้มาตรฐาน EN ISO 20345:2022 ใช้ได้หรือไม่?

A: อาจยังใช้งานได้ แต่ไม่การันตีคุณภาพด้านการป้องกันตามมาตรฐานสากล ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ

Q: EN ISO 20345:2022 แตกต่างจาก มอก. 523–2564 หรือไม่?

A: ทั้งสองมาตรฐานมีเป้าหมายเพื่อความปลอดภัย แต่ EN ISO 20345:2022 ใช้เป็นมาตรฐานสากลในยุโรป ขณะที่ มอก. 523–2564 เป็นมาตรฐานของไทย

Q: จะตรวจสอบได้อย่างไรว่ารองเท้าเซฟตี้คู่ที่ซื้อได้มาตรฐาน?

A: ตรวจสอบจากฉลากหรือสัญลักษณ์มาตรฐานที่ระบุชัดเจนบนตัวรองเท้าหรือบรรจุภัณฑ์

ค้นหารองเท้า Safety หลากหลายประเภท ทั้งรองเท้าหัวเหล็ก หัวนาโน และหัวคอมโพสิต
ดูสินค้าทั้งหมด >> คลิกเลย << หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม