แนะนำประเภทแว่นตาเซฟตี้ เลือกอย่างไร ? ให้เหมาะกับงาน
อุปกรณ์ป้องกันดวงตา เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับตา ไม่ว่าจะเป็นการกระเด็นของสารเคมี เศษโลหะ หรือฝุ่นละออง บทความนี้สรุปข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของแว่นตาเซฟตี้ การใช้งานที่เหมาะสม และมาตรฐานที่ควรรู้
แว่นตาเซฟตี้คืออะไร? และทำไมยังจำเป็น
แว่นตาเซฟตี้ (Safety Glasses/Safety Goggles) คืออุปกรณ์ป้องกันดวงตาที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับความเสี่ยงเฉพาะทางในการทำงาน เช่น เศษวัสดุกระเด็น สารเคมี ควัน ฝุ่น หรือแรงกระแทก ซึ่งแว่นตาทั่วไปไม่สามารถป้องกันได้ตามมาตรฐานความปลอดภัย แม้ในปัจจุบันเครื่องจักรและกระบวนการทำงานจะมีความทันสมัยมากขึ้น แต่อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับดวงตายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากงานที่ดูเหมือนไม่ซับซ้อน เช่น งานเจียร์ งานตัด งานประกอบ หรือการทำความสะอาดสารเคมี การสวมแว่นตาเซฟตี้จึงยังคงเป็นมาตรการพื้นฐานที่จำเป็น และเป็นหนึ่งใน PPE ที่ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้อย่างชัดเจน
แว่นตาเซฟตี้ที่ได้มาตรฐานจะผ่านการทดสอบด้านแรงกระแทก การป้องกันเศษวัสดุ และความทนทานของเลนส์ ซึ่งแตกต่างจากแว่นสายตาหรือแว่นแฟชั่นที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง
ทำไมต้องใช้แว่นตาเซฟตี้ ?
การสวมแว่นตาเซฟตี้ ช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บที่ดวงตา เช่น การโดนสารเคมีเข้าตา เศษโลหะกระเด็น หรือฝุ่นละอองในอุตสาหกรรม การเลือกแว่นตาที่เหมาะสมสามารถช่วยให้ทำงานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
ประเภทของแว่นตาเซฟตี้ แบ่งตามประเภทการใช้งานได้ ดังนี้
1.แว่นครอบตา
แว่นครอบตา อาจแบ่งย่อยออกไปอีก ตามลักษณะของการใช้งาน ได้ดังนี้:
1.1 แว่นครอบตาสำหรับใช้กับงานเจียร์ (IMPACT GOGGLE):

โดยปกติทั้งตัวกรอบแว่นและเลนส์ทำด้วยพลาสติกใส ลักษณะของแว่นครอบตาชนิดนี้จะมีรูพรุนเล็กๆ เป็นจำนวนมากอยู่โดยรอบกรอบแว่น (เพื่อระบายความร้อนที่ออกจากผู้ใช้ไปสู่ภายนอกในขณะปฏิบัติงาน เลนส์ของแว่นจะมีลักษณะเป็นแผ่นเดียวกันตลอด ไม่แยกจากกัน มีความหนาโดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 0.04 นิ้ว สำหรับป้องกันฝุ่นหรือเศษของวัสดุที่เจียร์ เช่น หิน เหล็ก พลาสติก ไฟเบอร์กลาส ฯลฯ
1.2 แว่นครอบตาสำหรับใช้กับงานเจียร์ และป้องกันสารเคมี (CHEMICAL & IMPACT GOGGLE):

แว่นครอบตาชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้กันมากกว่าชนิดแรก เพราะสามารถใช้งานได้มากกว่า กล่าวคือ ใช้สำหรับป้องกันสารเคมีกระเด็นและเศษหรือฝุ่นจากงานเจียร์ปลิวเข้าตา ลักษณะโดยทั่วไปของแว่นครอบตาชนิดนี้คล้ายกับชนิดแรก จะต่างกันก็เพียงการระบายความร้อนออกสู่ภายนอกแว่นเท่านั้น กล่าวคือแว่นครอบตาชนิดนี้จะใช้ลิ้นระบาย (EXHAUST VALVE) ระบายความร้อนออกสู่ภายนอกแว่นแทน ซึ่งโดยมากจะมีอยู่ด้วยกัน 4-6 ลิ้นรอบกรอบแว่น ส่วนเลนส์จะเป็นชนิดเดียวกันกับชนิดแรก
1.3 แว่นครอบตาสำหรับใช้ป้องกันสารเคมี ควันและงานเจียร์ (CHEMICAL SPLASH GOGGLE):

แว่นครอบตาชนิดนี้ จะมีลักษณะแตกต่างออกไปจากแว่นทั้งสองชนิดที่กล่าวมาแล้ว ตัวกรอบแว่นจะมีลักษณะกว้างและโค้งแนบกับใบหน้าได้ดีกว่า และไม่มีลิ้นรูระบายความร้อน เลนส์จะมีลักษณะโค้งไปตามกรอบแว่น เนื่องจากแว่นชนิดนี้ไม่มีรูระบายความร้อน แต่ใช้ระบบการระบายความร้อนออกจากตัวแว่น ด้วยวิธีไหลผ่านจากเลนส์สู่กรอบแว่นสู่ภายนอกแทน (INDIRECT VENT) ดังนั้นแว่นชนิดนี้จึงเหมาะสำหรับใช้กันควัน สารเคมีและบริเวณที่มีฝุ่น หรือเศษของชิ้นงานจากงานเจียร์จำนวนมากได้ดีกว่าชนิดที่ 1 หรือ 2
1.4 แว่นครอบตาสำหรับเชื่อม (WELDING GOGGLE):
กล่าวคือ จะใช้ลิ้นระบายความร้อนออกจากแว่นเหมือนกัน จะต่างกันก็เพียงเลนส์ที่ใช้มักจะเป็นชนิดเลนส์แยกทำด้วยแก้วชุบแข็ง (HARDEN GLASS) มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ
- ชนิดเลนส์ติดตายกับตัวกรอบแว่น (FIXED LENS WELDING GOGGLE): แว่นเชื่อมชนิดนี้จะมีเลนส์ติดตายอยู่ที่ตัวกรอบแว่น มีข้อดีคือ อายุการใช้งานยาวนาน ข้อเสียคือ ไม่สะดวกต่อผู้ปฏิบัติงานมากนัก เวลาจะเคาะรอยตะเข็บเชื่อมต้องถอดแว่นออก

- ชนิดเลนส์ปิด-เปิดได้ (FLIP-UP WELDING GOGGLE): แว่นเชื่อมชนิดนี้จะมีเลนส์ขึ้นลง ปิด-เปิด ข้อดีและข้อเสียจะตรงกันข้ามกับชนิดแรก ปัจจุบันแว่นเชื่อมชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้กันมากกว่าชนิดแรก

2.แว่นตานิรภัย (SAFETY GLASSES)
ลักษณะของแว่นตานิรภัย จะมีลักษณะ คล้ายคลึงกับแว่นสายตา หรือ แว่นแฟชั่นโดยทั่วๆไป ต่างกันเพียงเลนส์ที่ใช้และมีกระบังข้างตรงกรอบแว่นตาเพิ่มขึ้นเท่านั้น


จุดประสงค์ของการใช้แว่นตานิรภัย: แว่นตานิรภัยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้สวมใส่ สามารถป้องกันนัยน์ตาจากงานต่างๆ ดังนี้
- งานกลึง
- งานประกอบชิ้นส่วน (รถยนต์ ฯลฯ)
- งานเชื่อมโดยวิธียิงด้วยไฟฟ้า
- งานในห้องแล็ป
- งานหล่อโลหะ
วิธีเลือกแว่นตาเซฟตี้ให้เหมาะกับงาน
- พิจารณามาตรฐานการรับรอง: เช่น ANSI Z87.1 หรือ EN166
- เลือกประเภทตามความเสี่ยง: เช่น แว่นตาป้องกันสารเคมีสำหรับงานเคมี
- ความพอดีและสวมใส่สบาย: ควรเลือกแว่นที่ครอบคลุมดวงตาและไม่กดจมูกหรือขมับ
- เคลือบเลนส์ป้องกันรอยขีดข่วนหรือไอน้ำ: เพิ่มความทนทานและชัดเจนในการมองเห็น
ความเสี่ยงต่อดวงตาในงานอุตสาหกรรมที่แว่นตาทั่วไปป้องกันไม่ได้
ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย แต่หลายคนยังเข้าใจผิดว่าแว่นตาทั่วไปหรือแว่นสายตาสามารถใช้แทนแว่นตาเซฟตี้ได้ ซึ่งในความเป็นจริง แว่นตาทั่วไปไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างเพียงพอ
ตัวอย่างความเสี่ยงที่พบได้บ่อยในงานอุตสาหกรรม
- เศษโลหะหรือเศษวัสดุความเร็วสูง จากงานเจียร์ งานตัด หรือเครื่องจักร
- ฝุ่นละเอียดและผงโลหะ ที่สามารถเข้าดวงตาและก่อให้เกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ
- สารเคมีและของเหลวกระเด็น ซึ่งอาจทำให้ดวงตาไหม้หรือเกิดความเสียหายถาวร
- ควันและไอระเหย จากงานเชื่อม งานเคมี หรือกระบวนการผลิต
แว่นตาทั่วไปมักไม่มีการป้องกันด้านข้าง ไม่มีความทนทานต่อแรงกระแทก และไม่ได้ออกแบบให้แนบกับใบหน้า จึงไม่สามารถป้องกันอันตรายเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้แว่นตาเซฟตี้ที่เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยงของงานจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
เลือกแว่นตาเซฟตี้เลนส์แบบไหนดีให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงาน
นอกจากประเภทของแว่นตาเซฟตี้แล้วชนิดของเลนส์ก็มีผลต่อทั้งความปลอดภัยและความสบายในการทำงานอย่างมาก การเลือกเลนส์ไม่เหมาะสม อาจทำให้มองเห็นไม่ชัด ล้าสายตา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการทำงานโดยไม่รู้ตัว
- เลนส์ใส (Clear Lens) เหมาะสำหรับงานในร่ม งานโรงงาน งานประกอบชิ้นส่วน หรือพื้นที่ที่มีแสงสม่ำเสมอ เลนส์ใสช่วยให้มองเห็นสีและรายละเอียดของชิ้นงานได้ชัดเจน ไม่ทำให้ภาพผิดเพี้ยน และเหมาะกับงานที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง
- เลนส์ชา/เลนส์สี (Tinted Lens) เหมาะสำหรับงานกลางแจ้ง หรือพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด เลนส์สีช่วยลดแสงจ้า ลดอาการล้าสายตา และเพิ่มความสบายในการมองเห็น โดยเฉพาะงานก่อสร้าง งานภาคสนาม หรือพื้นที่เปิดโล่ง
การเลือกเลนส์แว่นตาเซฟตี้จึงควรพิจารณาจากสภาพแสง สถานที่ทำงาน และระยะเวลาการสวมใส่ เป็นหลัก ไม่ใช่เลือกจากความสวยงามหรือราคาที่ถูกเพียงอย่างเดียว
หากต้องการดูรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับความแตกต่างของเลนส์แต่ละประเภทสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ แว่นตาเซฟตี้ เลนส์ใส vs เลนส์ชา เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงานในร่มและกลางแจ้ง
คำถามที่พบบ่อย
A: แว่นตาป้องกันสารเคมีมีขอบด้านข้างและวัสดุทนต่อสารเคมี เพื่อป้องกันน้ำยาและไอระเหย ไม่เหมือนแว่นตาเซฟตี้ทั่วไปที่เน้นป้องกันแรงกระแทก
A: ควรเปลี่ยนทุกครั้งที่มีรอยขีดข่วนหรือวัสดุเสียหาย เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันอุบัติเหตุ
เลือกดูแว่นตาเซฟตี้ หรืออุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลประเภทอื่น >> ได้ที่นี่ <<
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
