
ไมค์ลอยห้องประชุมควรเลือกจากจำนวนผู้พูด ขนาดห้อง ระยะรับส่งสัญญาณ และระบบเสียงเดิม โดยห้องที่มีผู้พูดหลัก 1 คนสามารถใช้ไมค์มือถือเดี่ยว ส่วนการประชุมที่ต้องส่งไมค์หรือพูดสลับกัน 2 คน เหมาะกับไมค์มือถือคู่ นอกจากนี้ควรเลือกรุ่นที่ปรับช่องสัญญาณได้และผ่านการรับรองตามข้อกำหนดในประเทศไทย เช่น ชุดไมค์ลอยห้องประชุมเพื่อช่วยลดปัญหาสัญญาณรบกวนระหว่างใช้งาน
ไมค์ลอยห้องประชุมแบบไหนเหมาะกับการใช้งาน
ไมค์ลอยแต่ละแบบเหมาะกับลักษณะการประชุมต่างกัน การเลือกจากจำนวนผู้ใช้งานจริงจะช่วยควบคุมงบประมาณและลดความซับซ้อนของระบบ
ไมค์มือถือเดี่ยว
เหมาะกับห้องประชุมขนาดเล็ก ห้องเรียน หรือพื้นที่นำเสนอที่มีวิทยากรหลักเพียงคนเดียว ใช้งานง่ายและควบคุมเสียงได้สะดวก หากต้องการอุปกรณ์สำหรับผู้พูด 1 คน สามารถพิจารณาไมค์ลอย TOA แบบมือถือเดี่ยว WS-420-AS ซึ่งเป็นชุดรับและส่งสัญญาณสำหรับไมโครโฟนหนึ่งตัว
ไมค์มือถือคู่
เหมาะกับห้องประชุมที่มีผู้ดำเนินรายการร่วมกับวิทยากร การสัมภาษณ์ การอบรม หรือการนำเสนอที่มีผู้พูด 2 คน ชุดไมค์คู่ช่วยให้ใช้งานไมโครโฟนพร้อมกันได้โดยไม่ต้องซื้อเครื่องรับแยกสองชุด
หากมีผู้พูดมากกว่า 2 คน ควรตรวจสอบว่าเครื่องรับและระบบเสียงรองรับจำนวนช่องที่ต้องการหรือไม่ รวมถึงพิจารณาระบบไมค์ประชุมแบบตั้งโต๊ะเมื่อผู้เข้าร่วมแต่ละตำแหน่งต้องพูดบ่อย
หลักการเลือกไมค์ให้เสียงชัดและสัญญาณเสถียร
ไม่ควรตัดสินจากระยะรับสัญญาณที่ระบุบนสินค้าเพียงอย่างเดียว เพราะผนัง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และตำแหน่งติดตั้งเครื่องรับล้วนส่งผลต่อการใช้งานจริง ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
- เลือกจำนวนไมค์ให้ตรงกับจำนวนผู้พูดพร้อมกัน
- ตรวจสอบช่วงความถี่และการรับรองตามข้อกำหนดของ กสทช.
- เลือกรุ่นที่ปรับช่องสัญญาณได้ หากใช้งานในอาคารที่มีระบบไร้สายหลายชุด
- ตรวจสอบช่องเชื่อมต่อให้เข้ากับมิกเซอร์ แอมป์ หรือชุดเครื่องเสียงเดิม
- เลือกไมค์ที่จับถนัด มีหน้าจอแสดงสถานะแบตเตอรี่ และเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้สะดวก
สำหรับห้องที่มีผู้พูดประจำ 2 คน ชุดไมค์ลอย TOA มือถือคู่ WS-422-AS เป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยลดจำนวนเครื่องรับและจัดวางอุปกรณ์ได้เป็นระเบียบมากขึ้น
วิธีลดปัญหาเสียงขาด เสียงหอน และเสียงรบกวน
ควรวางเครื่องรับในตำแหน่งเปิดโล่งและไม่ถูกตู้หรืออุปกรณ์โลหะบดบัง หลีกเลี่ยงการซ่อนเครื่องรับใต้โต๊ะหรือวางชิดอุปกรณ์ที่อาจก่อให้เกิดสัญญาณรบกวน พร้อมตรวจสอบช่องสัญญาณก่อนเริ่มประชุมทุกครั้ง เสียงหอนไม่ได้เกิดจากสัญญาณไมค์ขาด แต่เกิดจากเสียงลำโพงย้อนกลับเข้าไมโครโฟน จึงควรหลีกเลี่ยงการยืนหน้าแนวลำโพง ปรับระดับเสียงอย่างเหมาะสม และถือไมค์ห่างจากปากประมาณ 10–15 เซนติเมตร ก่อนใช้งานควรทดสอบไมค์ทุกตัวในตำแหน่งจริง รวมถึงเตรียมแบตเตอรี่สำรองไว้เสมอ





