
มือคือเครื่องมืออันล้ำค่าที่สุดในการปฏิบัติงาน การเลือกถุงมือนิรภัยที่มีระดับการป้องกันที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสวัตถุมีคม เช่น การตัดแผ่นโลหะ การแปรรูปกระจก หรือการประกอบชิ้นส่วนที่มีขอบคม
ระดับการป้องกันการบาดคมของ ถุงมือกันบาด ถูกวัดผลตามมาตรฐานสากล EN 388:2016 (มาตรฐานยุโรป) โดยใช้สัญลักษณ์ตัวอักษร A ถึง F ซึ่งวัดจากค่าแรงกดที่ต้องใช้ในการตัดผ่านวัสดุ (หน่วยเป็นนิวตัน, N) ยิ่งตัวอักษรสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงความสามารถในการต้านทานการบาดคมได้มากเท่านั้น
ตารางสรุป ระดับการป้องกันการบาดคม EN 388 (ระดับ A-F)
นี่คือการแบ่งระดับการป้องกันที่ชัดเจนและเป็นสากล ซึ่งจะช่วยให้คุณเลือกถุงมือเซฟตี้ได้ตรงตามความเสี่ยงในงานของคุณ
| แรงตัดขั้นต่ำที่ต้านทานได้ (นิวตัน, N) | แรงตัดขั้นต่ำที่ต้านทานได้ (นิวตัน, N) | คำอธิบายความเสี่ยงโดยประมาณ |
| A | 2 ≤ N < 5 | งานที่มีความเสี่ยงต่ำมาก (เช่น งานบรรจุภัณฑ์) |
| B | 5 ≤ N < 10 | งานประกอบชิ้นส่วนเล็กที่มีขอบคมเล็กน้อย |
| C | 10 ≤ N < 15 | งานเสี่ยงปานกลาง (หยิบจับชิ้นส่วนโลหะทั่วไป) |
| D | 15 ≤ N < 22 | งานเสี่ยงสูง (จัดการแผ่นโลหะขนาดใหญ่ที่ขอบคมมาก) |
| E | 22 ≤ N < 30 | งานเสี่ยงสูงมาก (จัดการกระจกแผ่นใหญ่, การเปลี่ยนใบมีดเครื่องจักร) |
| F | N ≥ 30 | ระดับการป้องกันสูงสุด (สำหรับงานที่มีความเสี่ยงบาดถึงชีวิต) |
วิธีเลือกถุงมือกันบาดสำหรับงานตัดโลหะและกระจกที่ถูกต้อง
งานตัดโลหะและกระจกถือเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากขอบของวัสดุเหล่านี้มีความคม การเลือก ถุงมือกันบาดจึงต้องอ้างอิงจากระดับการป้องกัน A-F เป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าจะปลอดภัยจากของมีคมเหล่านั้น
ระดับการป้องกันขั้นต่ำที่แนะนำ สำหรับงานตัดโลหะและกระจก
ข้อมูลต่อไปนี้คือระดับการป้องกันการบาดคมตามมาตรฐาน EN 388 (ระดับ A-F) ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเป็นขั้นต่ำ สำหรับการเลือกใช้ถุงมือนิรภัยเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในงานที่มีความเสี่ยงสูง
- งานตัด/แปรรูปกระจก
- ลักษณะความเสี่ยง: มีความคมสูงมาก, แตกหักเป็นชิ้นเล็ก, มีโอกาสเกิดแผลลึก
- ระดับ EN 388 ที่แนะนำ (ขั้นต่ำ): ระดับ D หรือ E
- งานตัดแผ่นโลหะ (Sheet Metal)
- ลักษณะความเสี่ยง: ขอบคมของโลหะ, การหยิบจับขณะมีน้ำมันหรือความชื้น
- ระดับ EN 388 ที่แนะนำ (ขั้นต่ำ): ระดับ C หรือ D
- งานเปลี่ยนใบมีด/ทำความสะอาดเครื่องจักร
- ลักษณะความเสี่ยง: สัมผัสใบมีดคมโดยตรง (จัดเป็นความเสี่ยงบาดสูงสุด)
- ระดับ EN 388 ที่แนะนำ (ขั้นต่ำ): ระดับ E หรือ F
วัสดุหลักที่ช่วยให้ได้ระดับการป้องกันสูง
วัสดุคือตัวกำหนดความสามารถในการต้านทานการบาดคมและคุณสมบัติอื่น ๆ ของถุงมือนิรภัย
- HPPE (High-Performance Polyethylene): วัสดุน้ำหนักเบาที่มักใช้เป็นฐานในการผลิต ถุงมือกันบาด ในระดับ A-D เนื่องจากให้ความคล่องตัวและระบายอากาศได้ดี
- Aramid Fibers (เช่น Kevlar®): เส้นใยที่มีคุณสมบัติทนต่อการบาดและความร้อนสูง มักถูกใช้ในถุงมือระดับ C-E เหมาะสำหรับงานตัด/เชื่อมโลหะ
- Fiberglass/Stainless Steel: วัสดุเสริมที่มักถูกผสมเข้าไปเพื่อยกระดับการป้องกันให้ถึงระดับ E หรือ F สำหรับงานที่มีความเสี่ยงบาดสูงสุด (เช่น การจัดการกระจกหนัก)
การเลือกประเภทการเคลือบผิวเพื่อการยึดเกาะ
การเคลือบผิวของถุงมือกันบาด ช่วยเพิ่มความสามารถในการยึดเกาะ (Grip) และเพิ่มการป้องกันเฉพาะทาง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับงานตัดโลหะและกระจก
- PU (Polyurethane)
- คุณสมบัติเด่น: บาง, ยืดหยุ่น, ให้ความคล่องตัวสูง
- เหมาะสำหรับงาน: งานที่ต้องการความละเอียดอ่อน, งานประกอบชิ้นส่วนเล็ก ๆ
- Nitrile (ไนไตรล์)
- คุณสมบัติเด่น: ทนต่อน้ำมัน, สารเคมี และการเจาะทะลุได้ดี
- เหมาะสำหรับงาน: งานตัดโลหะที่มีน้ำมันหล่อลื่น, งานช่างเครื่องที่ต้องสัมผัสของเหลว
- Latex (ยางธรรมชาติ)
- คุณสมบัติเด่น: ให้การยึดเกาะดีเยี่ยมในสภาพแห้งและเปียก
- เหมาะสำหรับงาน: งานจัดการกระจกหรือแผ่นโลหะเปียก, งานที่ต้องการการยึดจับที่มั่นคง
ปกป้องมือคุณวันนี้ เลือกถุงมือนิรภัยจาก Smart Safety Center
หากงานของคุณเกี่ยวข้องกับการตัดโลหะหรือกระจก คุณควรเลือกถุงมือที่มีระดับการป้องกัน EN 388 ตั้งแต่ระดับ C หรือ D ขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่ามือของคุณจะปลอดภัยจากอันตรายร้ายแรง
Smart Safety Center เรามีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายให้เลือก เพื่อให้คุณได้ถุงมือนิรภัย ที่มีระดับการป้องกัน วัสดุ และการเคลือบผิวที่ลงตัวกับความเสี่ยงในสภาพแวดล้อมการทำงานของคุณมากที่สุด





